รีวิวเที่ยวเมือง Portofino : เที่ยวฝรั่งเศสตอนใต้ อิตาลี Part 2

วันที่สองของการเดินทาง เริ่มต้นทริปก็เริ่มด้วยเมืองในฝันสวย ๆ กันเลยค่ะ นั่นคือเมืองแถบอิตาลี ริเวียร่า ช่วงเช้านั่งรถกันนานหน่อยประมาณ 3 ชั่วโมง ไปที่เมืองซานต้า มาร์เกอริต้ากันก่อน เส้นทางช่วงแรกยังเป็นถนนใหญ่อยู่นะคะ แต่พอใกล้ๆ ถึงเมืองแถบนี้แล้ว ใครเวียนหัวง่าย แนะนำให้พกยาดม ยาลม ยาหม่องไปด้วย แวะปั้มกลางทาง ยืดเส้นยืดสายกันก่อน
IMG_3685
เมืองซานต้า มาร์เกอริต้า เป็นเมืองตากอากาศที่มืชื่อเสียงในแคว้นลิกูเรีย บ้านเมืองติดริมทะเล สีสันสดใส ถือว่าเป็นอีก 1 เมืองใหญ่ในแถบนี้
IMG_3687
บ้านเรือนแถบนี้ นอกจากสีสันสดใสแล้ว ยังโดดเด่นที่ลายเพ้นท์ผนัง วาดลวยลายได้ดูเก๋ไก๋
IMG_3690
แวะทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน Ristorant Angolo 48 อาหารทะเลสดมากก



บริเวณรอบ ๆ ร้านอาหาร



ได้เวลาแล้ว มาเดินเล่นรอบริเวณท่าเรือ รอเรือมารับไปเมือง Portofino กันค่ะ




รูปปั้นคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้คนพบทวีปอเมริกา
IMG_3759
บริเวณที่ขายตั๋วเรือก็อยู่ตรงท่าเรือเลยค่ะ ถ้าไม่แน่ใจว่าเรือลำไหน ถามเจ้าหน้าดีกว่าเพราะว่ามีเรือเข้ามาเทียบท่าตลอด แต่ว่าแต่ละลำก็วิ่งไปเส้นทางแตกต่างกันออกไป (บนเรือมีห้องน้ำให้เข้าได้ฟรีนะคะ ส่วนถ้าถึงบนบกแล้ว ต้องเสียค่าเข้าแทบทั้งนั้นค่ะ)
IMG_3701
IMG_3702
ทะเลสีน้ำเงินเข้มจริง ๆ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็เริ่มเห็นเมืองสวย ๆ ในอ่าวแล้ว


เมือง Portofino (พอร์โตฟิโน่) เมืองตากอากาศสุดหรูชื่อดังริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวรรค์แห่งเมืองท่า หรือ Pearl of the world หรูหราแค่ไหน ดูจากเรือยอร์ชที่จอดอยู่ได้เลยค่ะ



การเดินทางมาทางเรือถือว่าสะดวกที่สุด เพราะอ้อมโค้งนึงโผล่มาอีกโค้งนึงก็เป็นอีกเมืองแล้วค่ะ ถ้านั่งรถอาจจะต้องคดเคี้ยวเป็นงูเลื้อยซักหน่อย เพราะเป็นถนนวิ่งเลียบเขา ตรงนี้บริเวณท่าเรือค่ะ
IMG_3714
IMG_3713
จากอดีตหมู่บ้านชาวประมง ปัจจุบันก็เป็นเมืองตากอากาศระดับ high end พบเจอโดยชาวโรมันและได้ตั้งชื่อว่า Portus Delphini หรือ Port of the Dolphin เพราะว่ามีจำนวนปลาโลมาอาศัยอยู่บริเวณนี้มาก เดี๋ยวนี้มีแต่ปลาเหล็กลำยักษ์จอดแทนค่ะ เคยอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองเจนัว ต่อมาในคริตศักราชที่ 14 ได้ขายเมืองนี้ให้กับ Republic of Florence สุดท้ายเกิดการสู้รบกันจนได้กลับมาอยู่ภายใต้เจนัวอีกครั้ง แต่ปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิตาลีค่ะ
IMG_3715
IMG_3716
ขึ้นไปชมวิวทางด้านบน

IMG_3720_fix

ด้านบนมีโบสถ์สีเหลือง St.George หรือ San Giorgio นักบุญประจำเมืองเมืองนี้ สร้างในปี 1154 และได้ซ่อมแซมปรับปรุงเรื่อยมา จนช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกระเบิดทำลายไปมากและได้รับการซ่อมแซมใหม่ในปี 1950 ด้านหลังโบสถ์เป็นสุสานค่ะ
IMG_3723

เดินย้อนลงมานิดนึง เป็นทางเดินต่อไปชม Castle Brown หรือ Castello Brown ที่แรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อเป็นป้อมปราการตั้งแต่ช่วงโรมัน ในช่วงศตวรรษที่ 15 ได้ใช้เป็นที่พำนักของพระนิกายเบเนดิกต์
IMG_3727
ปราสาทนี้เปลี่ยนมือผู้ครอบครองมาหลายคน แม้แต่ตระกูลดังจากมิลาน Visconti เคยตกอยู่ภายใต้การดูแลของเมืองเจนัว แต่ที่ได้ชื่อว่า Brown นั้น เพราะว่าปี คศ 1867 กงสุลชาวอังกฤษ Montague Yeats Brown ได้ซื้อไว้ครอบครองและดูแลเป็นอย่างดี สุดท้ายได้ขายให้กับเทศบาลเมือง Portofino ในปี คศ 1961 ปัจจุบันเป็นสมบัติทางราชการ เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้แต่มีค่าเข้านะคะ ประมาณคนละ 5 ยูโร
IMG_3726
IMG_3725
เราชมแค่บริเวณรอบ ๆ ไม่ได้เข้าไปด้านใน ยังสนุกกับการถ่ายรูปวิวมุมเดิมนี่แหละค่ะ
IMG_3729_fix
เดินลงมาถ่ายด้านล่างกันต่อ
IMG_3733
IMG_3735_fix
IMG_3732_fix


ขอฟี่บ้าง

เมืองนี้โด่งดังขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ๆ อย่างชาวอังกฤษ เริ่มลงมาหาเมืองพักผ่อนที่อบอุ่นกว่าทางด้านบน ได้มีการสร้างที่พักหรูหรามากขึ้น จากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ก็กลายเป็นโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของ ที่สำคัญร้านแบรนด์เนมดัง ๆ อย่างหลุยส์ วิตตองหรือดิออร์ ก็ขอมาขายที่นี่ด้วย ส่วน Hermes กับ Chanel ปิดตัวไปแล้วนะคะ

โบสถ์ทางด้านขวาของรูปคือโบสถ์ซานมาร์ติโน่ (St.Martino หรือ Chiesa di San Martino) สร้างในศตวรรษที่ 12 ด้านนอกเป็นลายสลับสี โดยศิลปปะออกแนวยุคตะวันออกกลาง
IMG_3738_fix
เมืองนี้โด่งดังถึงขนาดแบรนด์ Dior เอาไปตั้งเป็นชื่อน้ำหอมรุ่น Portofino หรือแม้แต่เพลงก็มีเพลงชื่อ Love in Portofino ที่แต่งตั้งแต่ปี 1950 และเพลง I found my love in Portofino
IMG_3739
IMG_3740

สีสันลงตัวมาก



ก่อนรอเรือกลับ แวะไปถ่ายเจ้าแรดกับป้าย Marina di Portofino (Marina หมายถึงเรือเดินทะเล) ซึ่งดูเหมือนน่าจะเป็นสัญลักษณ์ซักอย่างของที่นี่ แต่หาข้อมูลดูแล้ว ไม่มีใครกล่าวว่าจริง ๆ หมายความว่ายังไงค่ะ

บ๊ายบาย Portofino เมืองจิ๋วแต่แจ๋ว สมกับเป็นสวรรค์แห่งเมืองท่าจริง ๆ

IMG_3749
กลับมาที่ท่าเรือเมือง Santa Magherita แล้วนั่งรถไปอีก 1 ชม คืนนี้จะเข้าพักที่เมืองเจนัว
IMG_3757
น้ำพุกลางจัตุรัส Piazza De Ferrari ที่เมืองเจนัว ถือว่าเป็น 1 ในจัตุรัสที่สวยที่สุดในอิตาลี เมืองเจนัวหรือเจโนว่า (Genova) เมืองท่าทางทะเลที่สำคัญ เป็นเมืองหลวงของแคว้นลิกูเรีย มีความรุ่งเรืองในอดีตและเป็น 1 ในเมืองใหญ่ที่สุดของอิตาลี ที่สำคัญเป็นบ้านเกิดของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสค่ะ

ที่พักคืนนี้ Holiday Inn Genoa City อยู่ไม่ไกลจาก Acquario di Genoa (Aquarium of Genoa) อาควาเรียมที่ใหญ่ทีสุดในยุโรป
IMG_3761
IMG_3762
IMG_3763

รีวิวหน้าจะข้ามไปฝรั่งเศสกันแล้วค่ะ รีวิวเที่ยวเมืองโมนาโค หมู่บ้านเอซ –> https://dreamfirstsky.wordpress.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%84/

Advertisements

One thought on “รีวิวเที่ยวเมือง Portofino : เที่ยวฝรั่งเศสตอนใต้ อิตาลี Part 2

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s