รีวิวเที่ยวเมือง Marseille , Salon de Provence , Aix-en-Provence : เที่ยวฝรั่งเศสตอนใต้ อิตาลี Part 6

วันเดินทางที่ 7 แล้วค่ะ เช้านี้จะไปเที่ยวเมือง Marseille (มาร์เซย์) กัน แล้วต่อด้วยเมือง Salon de Provence ชื่อไม่คุ้น แต่ถ้าบอกว่าเป็นที่พำนักของนอสตราดามุส น่าจะอ๋อกันบ้าง แล้วเราจะกลับมานอนที่ Aix-en-Provence กันอีก 1 คืนค่ะ ใช้เวลาประมาณไม่ถึงชั่วโมงก็มาถึงเมืองมาร์เซย์กันแล้ว เราจะไปเที่ยวมหาวิหารนอทเทอดาม เดอ ลาการ์ด (Notre Dame de la Gard) กันก่อน มหาวิหารประจำเมืองที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเขาสูง 155 เมตร มีรูปพระแม่มารีสีทองอยู่เหนือยอดโดม แต่กว่าจะถึงมหาวิหาร ทางรถขึ้นนี่ต้องบอกว่าทั้งชัน ทั้งแคบ ทั้งโค้ง รวมไว้ทุกอย่างเลยจริง ๆ


Notre Dame ในภาษาอังกฤษหมายถึง Our lady โบสถ์นี้จึงมีความหมายว่า Our lady of the guard หญิงซึ่งหมายถึง พระแม่มารีผู้ปกป้องพวกเรา นักเดินเรือมักจะมาขอพรให้ปกปักรักษายามต้องออกไปล่องเรือในทะเล

เริ่มแรกสร้างขึ้นในปี 1214 แล้วได้สร้างป้อมปราการเพิ่งขึ้น แต่สุดท้ายก็ถูกทำลายลง ตัวอาคารที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1853-1870 เป็นแบบ Roman-Byzantine โดยสถาปนิก Jacques Henri Esperandieu ด้วยอายุเพียง 23 ปี ถือว่าเป็นโบสถ์นิกายคาทอลิค แต่สถาปนิคกลับนับถือโปรแตสแตนท์ สร้างและตกแต่เสร็จราว ๆ ปี 1890

ในช่วงสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง ได้รับความเสียหายบ้าง จึงได้มีการบูรณะใหม่ในปี 2000-2008 ตัววิหารทำจากหินอ่อนสีขาวสลับสีเทา ตัวหอระฆังสูง เมตร

ด้านในโบสถ์ต้องยอมรับว่ามีการออกแบบ ตกแต่งได้สวยงาม อีกทั้งยังมีเรือลำเล็ก ๆ ห้อยไว้ โดยหลังจากที่ชาวประมงหรือนักเดินเรือกลับมาอย่างปลอดภัยแล้วก็จะนำมาถวายพระแม่มารี เพื่อเป็นการขอบคุณที่คุ้มครองให้กลับมาโดยสวัสดิภาพ
IMG_4039
IMG_4035
IMG_4036
IMG_4037

ออกมาชมวิวด้านนอกกันต่อค่ะ


วิวรอบ ๆ โบสถ์ มีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร

IMG_4042

หลังจากนี้จะลงไปเดินเล่นกันที่บริเวณท่าเรือเก่าค่ะ Old port หรือ Vieux port ถือว่าเป็นหนึ่งในท่าเรือเก่าแก่ที่สุดของเมืองมาร์เซย์ เปรียบเหมือนประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน อดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้า ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ เมืองมาร์เซย์ เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศส มีอายุกว่า 2600 ปีแล้ว มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงปารีส และยังคงเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ แน่นอนว่าเมื่อเป็นเมืองท่าสำคัญ การอพยพเข้ามาก็ง่าย โดยเฉพาะช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศฝรั่งเศสต้องการแรงงานเข้ามาช่วยฟื้นฟูประเทศ จึงได้ทำการเปิดประเทศให้เมืองขึ้นต่าง ๆ สามารถอพยพเข้ามาเป็นแรงงานได้ ส่วนมากก็เป็นพวกแอฟริกาและอาหรับ อย่างโมรอคโค แอลจีเรีย ไนจีเรีย ตูนีเซีย แน่นอนว่าเมื่อเสร็จแล้ว ก็ไม่ยอมกลับประเทศกัน จึงกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง อีกทั้งความขัดแย้งในด้านเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา โอกาสทางการศึกษา หรือความเป็นอยู่ก็ไม่ทัดเทียมกับคนฝรั่งเศส สุดท้ายก็กลายเป็นปัญหา ประกอบอาชีพผิดกฎหมายเพื่อเลี้ยงชีพ ดังนั้นมาเที่ยวมาร์เซย์แล้วก็ต้องระมัดระวังตัวกันนิดนึงนะคะ



นอกจากอาหารทะเลที่พ่อค้า แม่ค้าเอามาขายแล้ว ยังมีร้านขายสบู่ ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ เสื้อผ้า ขนม โดยเฉพาะสบู่เมืองมาร์เซย์ เพราะในศตวรรษที่ 19 เมืองนี้ได้เป็นผู้ผลิตสบู่รายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมการผลิตสบู่ มีโรงงานมากกว่า 10 แห่ง สบู่ที่นี่จะเน้นเรื่องวัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ได้นาน มีกลิ่นหอม และขจัดสิ่งสกปรกได้ดี
IMG_4057

ช้อปปิ้งท่ามกลางแดดเปรี้ยง คนไทยไม่ชินนะเนี่ย
IMG_4056



IMG_4074

หลังจากทานอาหารกลางวันกันแล้ว ช่วงบ่ายไปที่เมือง Salon de Provence เมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลาง แต่ที่เราจะไปคือพิพิธภัณฑ์นอสตราดามุส (La Maison de Nostradamus) รายละเอียดตามเวบไซต์นี้เลยค่ะ http://www.salondeprovence.fr/index.php/nostradamus ระหว่างทางเดินไป วันนี้วันอาทิตย์ร้านค้าปิดกันหมด เงียบมากกก นึกว่าเมืองร้าง
IMG_4079
IMG_4083
IMG_4084
นอสตราดามุส ได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาโหรโลก หรือปรมาจารย์แห่งโหราศาสตร์เอกของโลก เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายยิว เกิดที่เมือง Saint Remy de Provence ในปี 1503 ยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 เมื่ออายุได้ 15 ปี ได้เข้าเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยอาวิญง แต่เรียนไม่กี่ปีก็ต้องอพยพออกจากเมืองเพราะกาฬโรคระบาดจนต้องปิดมหาวิทยาลัย นอสตราดามุสเตร็ดเตร่อยู่ตามชนบทเพื่อวิจัยสมุนไพรและประกอบอาชีพเป็นเภสัชกรถึง 8 ปี จนได้เข้าไปศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมงเปลีเย่ร์ แต่เมื่ออธิการบดีทราบว่าเขาเคยประกอบอาชีพมีรายได้มาก่อน ซึ่งตามกฎมหาวิทยาลัยไม่อนุญาต จึงได้ไล่เขาออกทันที คำสั่งไล่ออกปัจจุบันยังติดอยู่ที่หอสมุดคณะในปัจจุบัน
IMG_4085
IMG_4091
หลังถูกไล่ออกแล้ว สันนิษฐานว่าเขายังคงเลี้ยงชีพด้วยการเป็นเภสัชกรต่อไป และมีชื่อเสียงในการผลิตยากที่เรียกว่า ลูกกลอนกุหลาย (rose pill) ที่เชื่อว่ามีสรรพคุณในการป้องกันโรค นอสตราดามุสได้สมรส และมีบุตร 2 คน แต่ทว่าเมื่อกาฬโรคระบาด ภริยาและบุตรก็เสียชีวิตทั้งหมด นอสตราดามุสตึงได้ออกเดินทาง และเป็นลูกมือให้กับ นายแพทย์ลุย แซร์ แพทย์ชื่อดังที่หาทางยับยั้งกาฬโรคทั้งที่เมืองมาร์เซย์ และสุดท้ายได้มาปักหลังที่เมืองซาลง เดอ โพรวองซ์ และได้สมรสใหม่กับเศรษฐีหม้าย นางอัน ปงซาด มีลูกด้วยกัน 6 คน
IMG_4088
นอกจากเรื่องสมุนไพร นอสตราดามุสเองก็สนใจเรื่องคำพยากรณ์ มีการออกหนังสือมาหลายเล่ม รวมถึงบุคคลผู้มีชื่อเสียง อย่างพระนางแคทเธอรีน เมดิซี พระมเหสีในพระเจ้าอองรีที่ 2 ที่เลื่อมใสในตัวเขาเป็นอย่างมาก จากคำทำนายที่ว่าจะมีภัยต่อวงศ์ตระกูลของพระนาง นอสตราดามุสเลยถูกเชิญให้มาที่พระราชวัง ซึ่งเขาก็เกรงว่าศีรษะจากหลุดจากบ่า แต่สุดท้ายกลับได้แต่งตั้งเป็นปุโรหิตและหมอหลวง ประจำบุตรของพระนาง และได้ดำรงตำแหน่งนี้จนตายโดยโรคเก๊าท์ ศพของเขาได้ฝังไว้ที่โบสถ์ฟรานซิสกัน ปัจจุบันบางส่วนเป็นภัตตาคารชื่อ La Brocherie แต่ในช่วงปฎิวัติฝรั่งเศสได้มีการขุดศพไปฝังที่ Saint Laurent มาจนถึงปัจจุบันนี้
IMG_4086
IMG_4087
ด้านในพิพิธภัณฑ์ จัดเป็นห้อง ๆ ประมาณ 10 ห้อง แสดงประวัติเรื่องราวความเป็นมาของนอสตราดามุส โดยใช้หุ่นขี้ผึ้ง ตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต ใช้เวลาชมจริง ๆ ประมาณ 20 นาทีก็ครบแล้วค่ะ ออกมาแล้วเดินไปดูน้ำพุเก่าแก่อายุเป็นร้อยปี มีชื่อด้วยนะคะ ชื่อ Fontaine Moussue
IMG_4100
บรรยากาศเมืองแบบเงียบ ๆ
IMG_4092
IMG_4097
IMG_4099
เราก็จากลาเมืองนี้มาอย่างเงียบ ๆ กลับไปที่เมือง Aix-en-Provence กันค่ะ เมืองเอ็ก ซอง โพรวองซ์ เรียกสั้น ๆ ว่าเมืองเอ็ก แผลงมาจากคำว่า Aqua ในภาษาโรมัน ที่แปลว่าน้ำ เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุและศิลปะ มีน้ำพุเป็นร้อย มีทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ ทั้งยังใช้งานได้ ใช้ไม่ได้บ้าง แต่ที่ดัง ๆ และเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนี้คือ น้ำพุ La Rotonde (ลา โคตง) ตั้งอยู่ตรงจัตุรัส Placce de General de Gualle สร้างขึ้นเมื่อปี 1860 เป็นรูปปั้นสาวงามสามนาง หันหลังให้กันและกัน
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
สาวงามนางแรกหันหน้าเข้าเมืองเอ็ก ทางถนนกูมิราโบ ถนนช้อปปิ้งชื่อดัง แสดงถึงความยุติธรรม เพราะเมืองนี้เป็นที่ตั้งของศาลยุติธรรม ตัดสินคดีสำคัญ ๆ มากมาย และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังด้านกฎหมาย สาวงามนางที่สอง หันหน้าไปทางเมืองมาร์เซย์ แสดงถึงการเกษตรกรรม และสาวงามคนสุดท้ายหันไปทางเมืองอาวิญง แสดงถึงศิลปะ

ถนนกูมิราโบ วันนี้คนเยอะเพราะมีจัดงานวิ่ง The iron man


ทานอาหารเย็นกันที่ร้าน Bastide Du cours ตรงถนนกูมิราโบ และคืนกันหน้านี้ทานกันที่ร้าน Le Cintra ถัดจากถนนกูมิราโบไป 1 ถนนค่ะ
IMG_4107
IMG_4008
IMG_4009
IMG_4010

เดินกลับโรงแรม เตรียมพร้อมสำหรับ 4 เมืองในวันพรุ่งนี้ค่ะ
https://dreamfirstsky.wordpress.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87-roussillon/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s